ก่อนที่จะอ่านเรื่องตลกเรื่องนี้ให้ลองมองชีวิตคู่ของเราว่าเป็นเหมือนกับสองผัวเมีย คู่นี้ไหม ตลกเรื่องนี้เข้าใจเปรียบเทียบ ประชดประชัน ด้วยอารมณ์แดกดัน แบบตลกร้าย คงไม่มีคู่แท้คู่ไหนที่จะมองโลกแล้วมีอารมร์ตลกในชีวิตจริงๆได้แบบนี้เป็นแน่แท้ ทีเดียว แต่ถ้าหากมองในมุมกับ จะทำให้เราเข้าใจสัจธรรมของชีวิตคนเรา ซึ่งมีแต่ทุกข์ แต่ถ้ามองทุกเรื่องให้เป็นเรื่องตลกได้ ชีวิตจะมีความสุขเป็นแน่ด้วยเสียงหัวเราะ เรามาอ่านเรื่องตลกของสองผัวเมียคู่นี้ดู ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
" ผัวนึก สมัยตอนจีบกันทีใหม่ๆ ผมจำได้ว่ามันฉลาดมากนี่นา เรียนมาก็สูง หน้าที่การงานก็ดี๊ดี ทำไมหนะพอ อยู่กันไป อยู่กันมานานๆ เมียผมเป็นอะไรก็ไม่รู้ กลับเป็นว่ามันโง่ลงมาได้ถึงขนาดนี้ แต่นึกๆไป นังเมียเรานี่ยังก็ยังโชคดีแท้ๆ ที่มีผัวฉลาดๆ แบบเราอยู่ข้างๆนะเนี่ยไม่ใช่คุย ขอบอก
เมื่อตอน เด็กๆ สมัยชั้น ประถมสี่ ผมมักจะได้รับคำชมจากคุณครูประจำชั้นอยู่เสมอๆ เช่น เก่งมากจ้า ดีมากๆ หนูเกงจังเลยไหนทำให้ดูใหม่ซิจ๊ะ และมักจะได้รับรางวัลเป็นประจำในวิชาคัดไทย เขียนไทย ผมยังมีความภาคภูมิใจมาจนถึงทุกวันนี้ เชียวนะ แม้ว่าเวลามันจะล่วงเลยมานานแล้ว ก็ตาม ผมก็ยังคงเป็นคนเก่งอยู่ ไม่ได้คุยนะคร้าบ อันนี้ผมรู้จากเมียสุดที่รักของผมเอง (เรื่องได้เมียดีเนี่ยก็เป็นความสามารถของผมเองแหละครับ) เพราะผมสังเกตเห็นเมียสุดที่รักของผมเธอมักจะ ตบมือดัง ป้าบๆๆ แล้วก็เอ่ยปากชม ไม่ขาดปาก เสียงดังลั่น ว่าผมเก่งยังโน้น เก่งยังนี้ ว่าไปนั่น ตอนเวลาผมซักผ้า ถูบ้าน หุงข้าว ล้างชาม ได้อย่างยอดเยี่ยม และเสร็จทันในเวลาที่เมียผมเธอกำหนดไว้
แหมเธอชมผมขนาดนี้ผมก็เลยแถมงานให้อีก ถ้าบางครั้งยังมีเวลาเหลือพอก็ไปล้างส้วมจนแล้วเสร็จทันเวลาอีกด้วย ทีแรกผมก็คิดได้เองอยู่แล้วว่าผมเก่งและฉลาดมาก ความจริงนังเมียมันไม่บอก ผมก็รู้อยู่แล้ว ตลกจริงนังเมียคนนี้มันจะชมกันทำไมนักหนา ก็คนมันเก่งอยูแล้วเนี่ย
พอคิดถึงความฉลาดของผมเอง แล้วอดเป็นห่วงเมียผมไม่ได้ เมียผมนับวันจะโง่ลง ขนาดแอร์ ทีวี ที่สมัยนี้เปิดปิดง่ายๆ เธอยังทำไม่เป็น รีโมท ตั้งอยู่ข้างหน้านังเมีย มันยังใช้ไม่เป็น เป็นอะไรของมันก็ไม่รู้
มือซ้ายเธอถือมันฝรั่ง มือขวาแก้วน้ำอัดลม ปากก็บอกว่า "นี่เปิดทีวีให้ดูหน่อยซิ แอร์ด้วยนะ ซัก 23 องศา"
แนะ! รีโมทก็อยู่ข้างหน้าใช้ไม่เป็น ป้าด!โธ่ เด็กตัวเล็กยังกดเป็นเลย
เธอโง่จริงๆครับ ไม่ใช่ล้อเล่น ไม่ตลกเลยครับ ก็ผมเคยสอนให้ใช้ตั้งหลายครั้ง เธอก็ยังทำไม่เป็น ไม่เป็นไร ผมรู้ว่ามันสมองแต่ละคนมันมีไม่เท่ากันไอ้รอยหยักในสมองเนี่ย มากน้อยแตกต่างกันไป จะให้มีมากแล้วมาเป็นเลิศแบบผมทุกคนคงเป็นไปไม่ได้ใช่มั้ย
เอ่อ ว่าแต่ว่า ... นังเมียผมมันก็ยังพอมีความฉลาด มีหัวคิดดีๆ อยู่บ้างนะ หยั่งเช่นว่าวันเงินเดือนผมออก นังเมียมันรู้หมดแน่ะแถมยังจำแม่น บางเดือนเลื่อนออกเงินเดือนไปวันไหนวันไหน มันรู้หมดแน่ะ ผมเองยังแปลกใจ โง่ๆ แบบนี้รู้ได้ไงหว่า แต่ยังไงนังเมียก็ไม่ฉลาดกว่าผมหรอก ต้องคอยมานั่งคอยจำ คอยเตือนเงินเดือน ทุกเดือนเสียเวลาเปล่าๆ วิธีการแก้ไม่ต้องจำให้รกสมองของผมก็คือ
ผมเลยเอาเลขที่บัญชีของเมีย ให้บริษัทโอนเงินเข้าไปเลย ง่ายๆ สบายๆ ไม่ต้องคอยเตือนให้ไปกดเงินอีกเสียเวลาจริงๆ
เรื่องนี้แหละที่เมียสุดที่รักเธอยังชมผมไม่ขาดปากมาถึงทุกวันนี้ ฉลาดมาก ฉลาดมาก
โธ่เอ็งไม่ต้องบอกข้าก็รู้ "นังเมียหัวขี้เลื่อย" ผมแอบนึกในใจ เมือไหร่จะฉลาดทันคนเสียทีนะ
ต่อมา ผมได้มีโอกาส แกล้งเมียโง่ๆของผมเพื่อสอนให้ฉลาดทันคนเสียบ้าง
เมื่อวันก่อนผมที ได้แกล้ง นังเมียโง่ของผม ให้สะใจในความโง่เง่าจริงๆจังๆ ทีหนึ่ง เรื่องมันมีอยู่ว่า อาทิตย์ที่แล้วผมพานังเมียโง่ ไปซื้อกับข้าวมื้อค่ำ ได้ ปลาดุกย่าง สะเดาน้ำปลาหวาน(ของโปรดผมคือหนังปลาดุก) เผลอแป๊บเดียว(ผมอาบน้ำอยู่) นังเมียโง่ของผมแอบลอกหนังปลาดุกกินเสียเกลี้ยง ดูสิดูเธอทำ
แต่ด้วย ความฉลาดของผม เก็บความแค้นอยู่ในใจ วันต่อมาถึงวันล้างแค้นนังเมียโง่ของผม ไปจ่ายตลาด มันกำลังท้อง อยากกินมันเทศต้ม ผมซื้อมา 2 โล ถึงบ้านพอมันเผลอ
ผมลงมือแก้แค้นทันทีโดยไม่ให้นังเมียโง่ของผมตั้งตัว ผมจัดการลอกเปลือกมันต้ม กินจนเกลี้ยง เหลือแต่เนื้อให้นังเมียของผมแก้ลำตอนที่เธอกินหนังปลาดุกย่างเสียหมดแล้วไม่แบ่งให้ผม คราวนี้แหละ พี่น้อง ครับ
เมียผมมาเห็นมันต้ม เปลือกถูกผมกินจนหมด เธอถึงกับตะลึง ทำท่าน้ำตาคลอ คงเจ็บใจผม จนพูดไม่ออก หะทีแรกนึกว่าเธอจะอาละวาดฟาดแข้งฟาดขาใส่ผมเสียอีก โล่งอกไปที "
เป็นอย่างไรครับเรื่องเล่าตลกเรื่องนี้ ใช้เป็นอุทาหรณ์สอนใจ ผัวเมียได้ไหมครับ
555+ให้มันรู้ซะบ้าง "นังเมียโง่"
เรื่องตลกสุดๆ
รวมเรื่องตลกสุดๆ อ่านเรื่องตลก โจ๊กขำขัน ชวนหัวเราะ สุดสุดจนขำกลิ้ง เรื่องขบขัน ขำขัน ขำขำ เรื่องตลกทะลึ่ง สุดฮา ๆ เรื่องสั้นตลกๆ ทุกเรื่องที่ทำให้หายเครียด สาระดีๆ เกี่ยวกับเรื่องตลก เรื่องของการหัวเราะ วิธีกำจัดความเครียด ที่ไม่ควรพลาด
เรื่องตลกภาษาอังกฤษ ที่มาของชื่อ ผลไม้
เรื่องนี้เป็นเรื่องตลก กลางตลาด ระหว่างแม่ค้าผลไม้ฟันดำ กับฝรั่งผมแดง ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยว เมืองไทย ด้วยความแตกต่างทางด้านวัฒนธรรม ภาษา จึงเกิดกรณีตลกภาษาอังกฤษที่ชวนติดตาม เมื่อมีการกล่าวขานกันมานาน และยังไม่ได้ข้อยุติกันเสียที ว่าชื่อผลไม้ของไทย บางชนิดที่วางขายกันทั่วไปในท้องตลาดแทบทุกที่นั้น ชื่อภาษาอังกฤษของผลไม้ ใครเป็นคนตั้ง เรื่องนี้เป็นเรื่องตลกทางภาษา ที่ชวนให้น่าติดตาม และนำไปขบคิด หาสาเหตุที่มาที่ไป ในทางวิชาการได้อีกมากมาย ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นแค่เรื่องตลก เพียงชั่วครั้งคราว เรามาลองดูเรื่องตลก เรื่องนี้กันว่าจะสุดๆ แค่ไหน ฮา.............
มีนักท่องเทียวชาวต่างชาติ มาเที่ยวในตลาดผลไม้ในเมืองไทย ที่ไหนสักแห่ง สายตาของนักท่องเทียวชาวต่างชาติ รายนี้สอดส่องมองหา ผลไม้ที่มีอยู่ มากมาย หลายชนิด
ทีนี้ด้วยความที่แกเป็นฝรั่งต่างชาติ แกไม่รู้ว่าไอ้ที่แกเห็น แกกำลังดูอยู่มันเป็นผลไม้ชนิดไหน ชื่อว่าอะไร ด้วยความอยากรู้
แกก็ชี้ไปที่กล้วยน้ำว้า กำลังสุกงอมที่แม่ค้าขายผลไม้วางเรียง เป็นระเบียบ เรียบร้อย
แล้วอีตาฝรั่งถามแม่ค้าว่า Hello! Idon' know,What is this?
แม่ค้าผลไม้รุ่นลายครามปากแดงเพราะน้ำหมากไม่รู้ภาษาอังกฤษแกจึงไม่ได้ตอบอะไร ปากป้าแกเคี้ยวหมาก หยับๆๆ
ฝรั่งเห็นไม่ตอบ ดังนั้น แกเลยจึงลองเอามือบีบกล้วยน้ำว้าสุกงอมได้ที่ดู
บังเอิญจริงๆ ฝรั่งร่างใหญ่มือหนักแกจึงบีบกล้วยซะเละ แม่ค้าผลไม้เห็นจึงร้องว่า แบนแน่ๆ
ฝรั่งได้ฟังจึงถึงว่าอ้อ แล้วก็บอกว่า Oh I see ! Banana
หลังจากนั้นอีตาฝารั่ง เห็นว่าแม่ค้าผลไม้เริ่มจะคุยด้วยแล้ว หันมาชี้ที่มังคุด และถามว่า “อิส ดิส แมงโก้?”
แม่ค้าผลไม้รุ่นลายครามชาวไทยแกกำลังโกรธที่ฝรั่งทำกล้วยน้ำว้าเละคามือ ก็แกเสียรายได้
ก็เลยตอบนักท่องเที่ยวไปว่า “ แม้งโกส้น ตีนนนนน มึงนะสิ ” เสียงดังขึ้นมาด้วนอารมณ์เดียวกับที่เคยด่าผัวที่บ้าน
ฝรั่งหน้าซื่อ ดีใจ แกก็ร้องอ๋ออีกทีแล้ว บอกว่า Ar.. Mangosteen! that right.
คุณฝรั่งยังไม่รู้สถานการณ์ที่กำลังจะเกิดเหตุฉุกเฉินในตลาด แกเหลือบไปเห็นมะละกอสุกกำลังเหลืองน่ากิน ก็หยิบเอามะละกอ มา
แล้วถามต่อว่าว่า “ What's this mea kaaa?”
แม่ค้าได้ยิน ไม่ชัด ว่านักท่องเที่ยวฝรั่งแกพูดว่าอะไร แกกำลังยัวะมากพอสมคววรตามประสาคนเคยด่าผัว ไดยินเสียงแว่ว mea kaaa เป็น เมียจ๋า แกอารมณ์ขึ้น นึกว่าฝรั่ง ลามกลามปามแก จึงคว้าเอาสากกระเบือขึ้นมาจะตีฝรั่งซักที
แต่ชะบุญดี ของฝรั่ง มีแม่ค้าในตลาดคนหนึ่งตะโกนห้ามแม่ค้าผลไม้ว่า “ป้า ป้า อย่าๆๆๆๆๆ” เสียงดังลั่น
ฝรั่งแกได้ยินดังนั้นจึงนึกว่ามีคนบอกชื่อมะละกอ จึงร้องว่า OH!yes thanks! It 's papaya
ตลกภาษาอังกฤษสไตล์แม่ค้าปากตลาด สร้างประวัติศาสตร์ ไว้มากมายเลยใช่ไหมครับ ฮา..............
มีนักท่องเทียวชาวต่างชาติ มาเที่ยวในตลาดผลไม้ในเมืองไทย ที่ไหนสักแห่ง สายตาของนักท่องเทียวชาวต่างชาติ รายนี้สอดส่องมองหา ผลไม้ที่มีอยู่ มากมาย หลายชนิด
ทีนี้ด้วยความที่แกเป็นฝรั่งต่างชาติ แกไม่รู้ว่าไอ้ที่แกเห็น แกกำลังดูอยู่มันเป็นผลไม้ชนิดไหน ชื่อว่าอะไร ด้วยความอยากรู้
แกก็ชี้ไปที่กล้วยน้ำว้า กำลังสุกงอมที่แม่ค้าขายผลไม้วางเรียง เป็นระเบียบ เรียบร้อย
แล้วอีตาฝรั่งถามแม่ค้าว่า Hello! Idon' know,What is this?
แม่ค้าผลไม้รุ่นลายครามปากแดงเพราะน้ำหมากไม่รู้ภาษาอังกฤษแกจึงไม่ได้ตอบอะไร ปากป้าแกเคี้ยวหมาก หยับๆๆ
ฝรั่งเห็นไม่ตอบ ดังนั้น แกเลยจึงลองเอามือบีบกล้วยน้ำว้าสุกงอมได้ที่ดู
บังเอิญจริงๆ ฝรั่งร่างใหญ่มือหนักแกจึงบีบกล้วยซะเละ แม่ค้าผลไม้เห็นจึงร้องว่า แบนแน่ๆ
ฝรั่งได้ฟังจึงถึงว่าอ้อ แล้วก็บอกว่า Oh I see ! Banana
หลังจากนั้นอีตาฝารั่ง เห็นว่าแม่ค้าผลไม้เริ่มจะคุยด้วยแล้ว หันมาชี้ที่มังคุด และถามว่า “อิส ดิส แมงโก้?”
แม่ค้าผลไม้รุ่นลายครามชาวไทยแกกำลังโกรธที่ฝรั่งทำกล้วยน้ำว้าเละคามือ ก็แกเสียรายได้
ก็เลยตอบนักท่องเที่ยวไปว่า “ แม้งโกส้น ตีนนนนน มึงนะสิ ” เสียงดังขึ้นมาด้วนอารมณ์เดียวกับที่เคยด่าผัวที่บ้าน
ฝรั่งหน้าซื่อ ดีใจ แกก็ร้องอ๋ออีกทีแล้ว บอกว่า Ar.. Mangosteen! that right.
คุณฝรั่งยังไม่รู้สถานการณ์ที่กำลังจะเกิดเหตุฉุกเฉินในตลาด แกเหลือบไปเห็นมะละกอสุกกำลังเหลืองน่ากิน ก็หยิบเอามะละกอ มา
แล้วถามต่อว่าว่า “ What's this mea kaaa?”
แม่ค้าได้ยิน ไม่ชัด ว่านักท่องเที่ยวฝรั่งแกพูดว่าอะไร แกกำลังยัวะมากพอสมคววรตามประสาคนเคยด่าผัว ไดยินเสียงแว่ว mea kaaa เป็น เมียจ๋า แกอารมณ์ขึ้น นึกว่าฝรั่ง ลามกลามปามแก จึงคว้าเอาสากกระเบือขึ้นมาจะตีฝรั่งซักที
แต่ชะบุญดี ของฝรั่ง มีแม่ค้าในตลาดคนหนึ่งตะโกนห้ามแม่ค้าผลไม้ว่า “ป้า ป้า อย่าๆๆๆๆๆ” เสียงดังลั่น
ฝรั่งแกได้ยินดังนั้นจึงนึกว่ามีคนบอกชื่อมะละกอ จึงร้องว่า OH!yes thanks! It 's papaya
ตลกภาษาอังกฤษสไตล์แม่ค้าปากตลาด สร้างประวัติศาสตร์ ไว้มากมายเลยใช่ไหมครับ ฮา..............
ป้ายกำกับเรื่องตลก:
เรื่องตลกภาษาอังกฤษ
| ปฏิกิริยาเรื่องตลก: |
เรื่องตลกของนักการเมืองที่ต้องทำตามสัญญากับประชาชนที่เขารัก
ช่วงนี้อุณหภูมิทางการเมืองร้อนฉ่า แทบจะเอาความร้อนในสถานการณ์แต่ละวันมาทอดไข่ดาวกินกันได้ทันที ท่ากลางกระแสยุบ ไม่ยุบสภา นักการเมืองท่านนี้หลบฉากพาพรรคพวก สามเกลอ มาร่วมงานศพ ที่เสียชีวิต พวกเขามาเพราะคำสัญญาที่รับปากไว้ก่อนจะมีการตาย
(ชายคนหนึ่งสั่งเสียเพื่อนสนิทสามคนของเขาเมื่อเขาป่วยหนัก
“อั๊วฝากเงินนี่ให้พวกลื้อเก็บไว้คนละห้าหมื่น พออั๊วตายขอให้พวกลื้อช่วยเอาใส่ไว้ในโลงให้อั๊วด้วยนะ” เขาสั่งเสียก่อนจะสิ้นใจ
ในวันฝังศพของเขา เพื่อนทั้งสามคนคุยกันเรื่องเงินห้าหมื่น)
“อั๊วมีอะไรจะสารภาพว่ะ” เพื่อนคนที่เป็นหมอว่า “อั๊วใส่ซองเปล่าลงไปในโลงว่ะ เงินอั๊วเอาไปบริจาคซื้อเครื่องมือแพทย์ให้โรงพยาบาลในชนบทหมดแล้ว”
“อั๊วก็มีอะไรจะสารภาพว่ะ” เพื่อนคนที่เป็นครูว่า “อั๊วก็ทำเหมือนลื้อ เพราะอั๊วให้เงินเป็นทุนการศึกษาของเด็กนักเรียนยากจนไปหมดแล้ว”
“พวกลื้อทำไมเป็นคนยังงี้วะ” เพื่อนคนที่เป็นนักการเมืองโวยวาย “รับปากเขาแล้วก็ต้องทำตามสัญญาสิวะ”
“อั๊วเสียใจว่ะ” เพื่อนสองคนว่าแล้วถามต่อ “ว่าแต่ว่าลื้อใส่เงินลงไปในโลงจริงๆหรือวะ”
“จริงสิโว้ย อั๊วเป็นนักการเมือง สัญญาต้องเป็นสัญญา” เขาทำท่าขึงขัง “เช็คห้าหมื่นบาทถ้วน พร้อมลายเซ็นของอั๊วของจริงเลยแหละ”
เรื่องตลกของใครๆ ก็ไม่ฮาเท่า เอาเรื่องตลกของนักการเมืองมาเล่าให้กันฟังนะครับ ระวังไว้ถ้าเราเห็นนักการเมืองตกปากรับคำกลับใครๆ จงเชื่ออย่างสนิทใจ ว่าเชื่อเขาได้จริงๆ ฮา๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
(ชายคนหนึ่งสั่งเสียเพื่อนสนิทสามคนของเขาเมื่อเขาป่วยหนัก
“อั๊วฝากเงินนี่ให้พวกลื้อเก็บไว้คนละห้าหมื่น พออั๊วตายขอให้พวกลื้อช่วยเอาใส่ไว้ในโลงให้อั๊วด้วยนะ” เขาสั่งเสียก่อนจะสิ้นใจ
ในวันฝังศพของเขา เพื่อนทั้งสามคนคุยกันเรื่องเงินห้าหมื่น)
“อั๊วมีอะไรจะสารภาพว่ะ” เพื่อนคนที่เป็นหมอว่า “อั๊วใส่ซองเปล่าลงไปในโลงว่ะ เงินอั๊วเอาไปบริจาคซื้อเครื่องมือแพทย์ให้โรงพยาบาลในชนบทหมดแล้ว”
“อั๊วก็มีอะไรจะสารภาพว่ะ” เพื่อนคนที่เป็นครูว่า “อั๊วก็ทำเหมือนลื้อ เพราะอั๊วให้เงินเป็นทุนการศึกษาของเด็กนักเรียนยากจนไปหมดแล้ว”
“พวกลื้อทำไมเป็นคนยังงี้วะ” เพื่อนคนที่เป็นนักการเมืองโวยวาย “รับปากเขาแล้วก็ต้องทำตามสัญญาสิวะ”
“อั๊วเสียใจว่ะ” เพื่อนสองคนว่าแล้วถามต่อ “ว่าแต่ว่าลื้อใส่เงินลงไปในโลงจริงๆหรือวะ”
“จริงสิโว้ย อั๊วเป็นนักการเมือง สัญญาต้องเป็นสัญญา” เขาทำท่าขึงขัง “เช็คห้าหมื่นบาทถ้วน พร้อมลายเซ็นของอั๊วของจริงเลยแหละ”
เรื่องตลกของใครๆ ก็ไม่ฮาเท่า เอาเรื่องตลกของนักการเมืองมาเล่าให้กันฟังนะครับ ระวังไว้ถ้าเราเห็นนักการเมืองตกปากรับคำกลับใครๆ จงเชื่ออย่างสนิทใจ ว่าเชื่อเขาได้จริงๆ ฮา๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
ป้ายกำกับเรื่องตลก:
เรื่องตลกของนักการเมือง
| ปฏิกิริยาเรื่องตลก: |
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)